ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ News

Tony Woodsome เปิดเว็บไซต์ใหม่!

ภาพจากเว็บไซต์  https://www.thaksinofficial.com/ เปิดเว็บไซต์ใหม่ของ Tony Woodsome หรือ  ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 23 ในชื่อ  Thaksin Official โดยการร่วมมือกันของลูกทั้ง 3 คน ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดให้คุณพ่อเนื่องในโอกาสอายุ 72 ปี และเพื่อแบ่งปันแนวคิด มุมมอง จากประสบการณ์ของคุณพ่อให้กับสังคม ช่วงนี้คุณ Tony Woodsome กำลังดังเลยทีเดียว เนื่องจากมีผู้ติดตามฟังการพูดแลกเปลี่ยนแนวคิดและมุมมองผ่านแอพพลิเคชั่น Clubhouse เป็นจำนวนล้นหลาม และยังถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live ของเพจ CARE คิด เคลื่อน ไทย  และ ก่อนหน้านั้น ดร.ทักษิณ ก็เคยทำ Podcast ที่มีชื่อรายการว่า Good Monday เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ใหม่ ๆ ทั้งเรื่องการเมือง เทคโนโลยี และ เศรษฐกิจโลก โดยชื่อ Tony Woodsome ปรากฏเป็นครั้งแรกผ่าน Clubhouse คืนวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2021 ในห้องที่มีผู้ใช้ตั้งชื่อว่า  "ไทยรักไทย ใครเกิดทัน มากองกันตรงเน้!"   ซึ่ง ดร.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมาว่า Tony เป็นชื่อสมัยที่เรียน ปริญญาโท-เอกในสหรัฐอเมริกา   ภายในเว็บไซต์จะประกอบด้วยหัวข้อเนื้อหาดังต่อไปนี้ Ideas for Futu

ในวันที่ประเทศไทยพบ 3 ศพกลางถนนเพราะโควิด

เป็นวันที่รู้สึกหดหู่ เศร้าใจ ผิดหวัง และ โกรธแค้น และหลาย ๆ อารมณ์ในวันเดียว เมื่อได้อ่านข่าวผู้เสียชีวิตกลางถนนเพราะโควิด-19 เพราะแค่ภายในวันเดียวนี้พบผู้เสียชีวิตกลางถนนถึง 3 ศพ แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รายแรกเสียชีวิตกลางถนน บริเวณตรอกบ้านพานถม ตรงข้ามวัดบวรนิเวศวิหาร ถนนสามเสน แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ  สื่อโซเชียลได้รายงานเหตุการณ์ขึ้น  ซึ่งคุณลุงผู้โชคร้ายนอนเสียชีวิตกลางถนนร่วม 10 ชั่วโมงตั้งแต่เช้า กว่าจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากพื้นที่ ก็เป็นเวลา 4 ทุ่มแล้ว รายที่สองเป็นชาวระยอง เสียชีวิตกลางถนนบริเวณหน้าร้านศึกษาภัณฑ์ ถนนราชดำเนินกลาง เขตพระนคร กรุงเทพฯ และรายที่สามเสียชีวิตกลางถนนบริเวณหน้าห้างย่านพระราม 4 กรุงเทพฯ  ใครจะคิดว่าวันนี้จะมาถึง ก่อนหน้านี้ที่การแพร่ระบาดยังเป็นเรื่องใหม่ เราเคยเห็นข่าวจากประเทศจีนที่มีคนเสียชีวิตกลางถนน แต่สุดท้ายมีคนบอกว่านั่นเป็นภาพเก่าในยุคการแพร่ระบาดของซาร์ แต่ประเทศอินเดียนั้นยืนยันว่าตายกลางถนนเพราะโควิดจริง และต้องเผากันกลางถนนอีก ยังมีคนบางกลุ่มที่หลอกตัวเองว่าเรารับมือกับสถานการณ์ได้ บอกว่าประเทศไทย

เตรียมรับมือกับการแพร่ระบาด COVID-19 รอบใหม่ในสถานศึกษา

จากสถานการณ์ล่าสุดที่ทางศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (ศบค) ตามรายงานข่าวการแพร่ระบาดระลอกใหม่ในจังหวัดสมุทรสาครเป็นจำนวนมากและลามไปอีก 43 จังหวัด (ข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค กระทรางสาธารณสุข ณ วันที่ 27 ธ.ค. 2563 เวลา 18.00 น.) ล่าสุด โฆษก ศบค.  นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน แถลงยอมรับว่ารอบนี้หนักกว่ารอบแรก แต่ครั้งนี้เราก็มีความรู้มากกว่า สรรพกำลังมากกว่า อย่างไรก็ดีสถานศึกษาก็ไม่ควรประมาท และควรรักษามาตรการอย่างเคร่งครัด แนวปฏิบัติสำหรับสถานศึกษาโดยทั่วไป โรงเรียนมีมาตรการให้นักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และเจ้าหน้าที่ทุกคนสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย มีอุปกรณ์ล้างมือและล้างมือบ่อยๆ มีการทำความสะอาดห้องเรียน ห้องปฏิบัติการหรือโรงฝึกงาน และทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนการสอน การฝึกปฏิบัติ ก่อนและหลังใช้งานทุกครั้งตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (ส่วนหนึ่งจาก คู่มือการเฝ้าระวังติดตามและเผชิญเหตุ รองรับการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในสถานศึกษา กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข) สื่อสารกับครู บุคลากร ผู้ปครอง และ นักเรียน ขอให้ติดตามรายงานจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถื

"เพียงแค่พูดความจริงเพื่อปกป้องเด็ก ต้องกลัวอะไร?" ความคิดเห็นต่อกรณีครูปฐมวัยทำร้ายร่างกายเด็ก

เพิ่งโพสเรื่อง "ความคิดเห็นของครูโจโจ้ ต่อกรณีครูลงโทษนักเรียนจนทำให้เสียชีวิต"   เมื่อไม่นานมานี้เอง วันนี้มีข่าวครูใช้ความรุนแรงกับเด็กอีกแล้ว ซึ่งเกิดขึ้นกับเด็กระดับปฐมวัยด้วย และยิ่งน่ารับไม่ได้อย่างยิ่งคือ ใช้ความรุนแรงแบบไม่มีสาเหตุอีกด้วย แ ล้วครูในห้องก็เพิกเฉย ในฐานะที่ปัจจุบันผู้อำนวยการโรงเรียนระดับปฐมวัยด้วยเช่นกัน ครูโจโจ้มีความเห็นว่าต้องลงโทษครูในห้องนั้นทั้งหมด ไม่มียกเว้น การทำร้ายเด็กถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง  ผมรับไม่ได้ การเพิกเฉย การไม่แสดงการต่อต้านในสิ่งที่ผิดนั้น แม้แต่แจ้งให้ทราบก็ไม่มี ถือว่ามีความผิด!  เพียงแค่พูดความจริงเพื่อปกป้องเด็ก ต้องกลัวอะไร? ครูโจโจ้บอกกับเพื่อนครูเสมอว่า "ลูกของเขา เปรียบดังแก้วตาดวงใจ ผู้ปกครองเลี้ยงลูกด้วยความทะนุถนอม เราเป็นใคร ถึงมีสิทธิไปทำร้ายลูกเขา?" ผมมักจะเดินดูการเรียนการสอนในห้องเรียนทุก ๆ ห้องอยู่บ่อย ๆ และไปแบบไม่เป็นเวลา ถ้าว่างก็เดินดู ไม่ใช่การนิเทศการสอน แต่เพื่อสอดส่องและตรวจสอบหากมีเหตุการไม่ปกติเกิดขึ้น ดังนั้นจึงต้องตั้งคำถามกลับว่า ผู้บริหารโรงเรียนนั้น ๆ เคยใส่ใจกับการเรียนการสอนในห้องเรีย

"เขาผิดอะไรที่ป่วย ถึงต้องไปลงโทษเด็กขนาดนั้น?" ความคิดเห็นต่อกรณีครูลงโทษนักเรียนจนทำให้เสียชีวิต

ครูโจโจ้ได้มีโอกาสให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวประชาไทภาคภาษาอังกฤษ หรือ Prachatai English ต่อกรณีที่ครูลงโทษนักเรียนจนเสียชีวิต (สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่  https://prachatai.com/english/node/8786 ) ทั้งนี้จึงขอแสดงความคิดเห็นเป็นภาษาไทยลงในบทความนี้นะครับ ผมอยากถามจริงๆ ว่าเขาผิดอะไรที่ป่วย ถึงต้องไปลงโทษเด็กขนาดนั้น? ผมไม่เคยเห็นด้วยกับการลงโทษนักเรียนด้วยวิธีรุนแรงเลย ไม่จำเป็น และไม่มีเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้นที่ต้องใช้ความรุนแรง ยิ่งกรณีที่เด็กนักเรียนป่วยทำให้ขาดการส่งงานแต่กลับถูกลงโทษลุกนั่งเป็น 100 ครั้งจนทำให้น้องเสียชีวิต มันเป็นข่าวที่ทำให้ผมรู้สึกเสียใจกับการจากไปของนักเรียนจากการลงโทษที่ไม่เป็นธรรม และโกรธครูคนนั้น ใจของเขาช่างดำเหลือเกินแก่การที่จะทำอาชีพครู  ครูควรสอบถามพูดคุยเพื่อหาสาเหตุด้วยสันติวิธีเสียก่อน อย่างกรณีนี้ถ้าเราพบว่าเด็กนักเรียนป่วย เราควรเข้าใจ และให้โอกาสเขา มากกว่าลงโทษที่ไร้เหตุผล ไร้ความเมตตาปราณี แล้วการลุกนั่งที่ลงโทษแบบทหารนั้น เป็นการลงโทษที่รุนแรงและไม่สมควรนำมาใช้ในสถานศึกษา โรงเรียนไม่ใช่ค่ายทหาร!  และการลุงนั่งแบบนั้นจะเกิดผลเสียต่อเข่าของพวกเขาในอนาคต ค

ความคิดเห็นเรื่องระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2563

รูปครูโจโจ้สมัยเป็นเด็กอนุบาล นับว่าเป็นข่าวที่กำลังเป็นกระแสทีเดียว เมื่อในวันที่ 1 พ.ค. 2563 ราชกิจานุเบกษาเผยแพร่ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2563 โดยกล่าวว่า "โดยที่เป็นการสมควรกำหนดข้อปฏิบัติและข้อห้ามปฏิบัติในการไว้ทรงผมของนักเรียนเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินการของสถานศึกษา มีความเหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบันและการปฏิบัติตนของนักเรียนเป็นไปด้วยความถูกต้อง รวมทั้งเป็นการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" รายละเอียดอ่านได้ที่  ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 แท้จริงแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เคยเป็นกระแสมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ. 2556 (7 ปีที่แล้ว) ทาง ศธ. เคยแจ้งให้โรงเรียนเลิกบังคับตัดผมเกรียน-บ๊อบติ่งหู เพราะทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น ได้ย้ำว่าทรงนักเรียนต้องยึดกฎกระทรวงฉบับที่ 2 วันที่ 6 มี.ค. พ.ศ. 2518 ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่า 1.นักเรียนชายให้ตัดผมหรือไว้ผมยาวจนด้านข้างและข้างหลังยาวเลยตีนผม และ 2. นักเรียนหญิงให้ตัดผมหรือไว้ผมยาวเลยต้นคอ หากโรงเรียนหรือสถานศึกษาใดอนุญาตให้ไว้ยาวเกิ

สุดทึ่ง เมื่อเด็กออทิสติกวัย 11 ขวบ สามารถวาดแผนที่โลกอย่างละเอียดจากความจำ

กระแสคนนิวยอร์กกำลังพูดถึงภาพนี้กันอย่างแพร่หลาย ในสังคมออนไลน์ที่มีชื่อว่า Reddit ซึ่งเป็นภาพของเด็กชายคนหนึ่งยืนอยู่บนเก้าอี้ และกำลังวาดภาพแผนที่โลก รายงานได้กล่าวว่าเขาเป็นเด็ก Autism ในวัย 11 ขวบ และเป็นลูกชายของอาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งในวันนั้นได้พาลูกชายเข้าไปร่วมในชั้นเรียนที่สอนด้วย จากนั้นเด็กชายก็ได้ขึ้นยืนอยู่บนเก้าอี้ แล้วก็ลงมือวาดภาพแผนที่โลกอย่างละเอียด จากความจำของเขาล้วนๆ  และได้มีเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งถ่ายภาพเก็บไว้ หลังจากนั้นพ่อของเธอก็โพสรูปลงในสังคมออนไลน์ Reddit โดยใช้นามว่า bobitis และทำให้เกิดกระแสฮือฮาดังกล่าว จากภาพจะเห็นได้ว่าลักษณะของแผนที่มีความถูกต้อง และมีความละเอียดสูง ที่ประกอบด้วยเส้นแบ่งเขตแดนประเทศต่างๆ และหมู่เกาะเล็กๆ น้อยๆ อีกด้วย

ยกเลิก "เกรียน" เปลี่ยนเป็น "รองทรง"

              นับว่าเป็นประเด็นร้อนเลยทีเดียวสำหรับการยกเลิกบังคับทรงผมเกรียนในโรงเรียนต่าง ๆ ของไทย ซึ่งประกาศโดย  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามกระแสไปต่างๆ นานา ทั้งเชิงลบและเชิงบวก  ซึ่งก็เป็นเรื่องที่แปลกที่มีคนคัดค้านกับการประกาศปรับปรุงกฏหมายของทรงผมนักเรียนเช่นนี้ ทั้งๆ ที่มันแทบจะไม่เป็นประเด็นของการศึกษาเลยด้วยซ้ำ มันเป็นประเด็นของสิทธิที่นักเรียนสามารถเลือกทรงผมได้ แต่ก็เป็นสิทธิที่ยังคงมีขอบเขตจำกัดอยู่เช่นกัน  ซึ่ง รมต.ศึกษาธิการได้กล่าว่า  " ถ้าตีความตามกฎกระทรวง พ.ศ.2515 นั้น นักเรียนชายจะต้องไว้ผมด้านข้างและด้านหลังเกรียน แต่กฎกระทรวง พ.ศ.2518 เปลี่ยนแปลงให้นักเรียนชายไว้ผมรองทรงได้ ไม่ต้องตัดผมด้านข้างหรือด้านหลังจนเกรียน แต่ในทางปฏิบัติ ร.ร.ยังคงยึดติดกับทรงผมเกรียนตามกฎกระทรวง พ.ศ.2515 ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะกฎกระทรวงฉบับใหม่เปิดโอกาสให้เด็กไว้ทรงยามแบบรองทรงได้"   ทีนี้เรามาดูกฏกระทรวงทั้ง 2 ฉบับที่ว่ากันดีกว่า (แบบย่อ)  กฎกระท รวงฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๑๕) กล่าวไว้ว่าดังนี้ : ข้