ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก 2019

คำว่า Vlog ออกเสียงอะไรกันแน่???

ช่วงนี้นั่งดูคลิปรีวิวกล้อง (พอดีอยากได้กล้องมาอัดวิดีโอครับ 555) เจอหลายคลิปนะที่พูดว่า Vlog เป็น วี-ล้อก ก็เลยเอ้อ..ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนรอบตัว หลายคนถึงพูดว่า Vlog เป็น วีล้อก อะไรแบบนั้นกัน คำนี้มันมีที่มาจาก video + blog = Vlog, a blog that contains video material. คือ "บล้อก" ที่มีเนื้อหาเป็นวิดีโอเสียส่วนใหญ่ สรุปว่า Vlog ที่ถูกต้องอ่านว่า "วล็อก" นะครับ ส่วนคนที่ทำ vlog ก็จะเรียกว่า vlogger "วล็อกเกอร์" (มีใครอ่านว่า วี-ล้อก-เกอร์ ไหม?) ก็เหมือนกับคนที่เขียน blog "บล็อก" ก็เรียกว่า blogger "บล็อกเกอร์" นั่นเองครับ เสริมอีกคำนึง คือคำว่า YouTuber ก็เป็นประเภทหนึ่งของ Vlogger ครับ เพียงเพื่อสำหรับคนที่เน้นทำเนื้อหาวิดีโอลงใน YouTube เป็นส่วนใหญ่ และมีรายได้หลักจาก YouTube และเห็นว่าก็เป็นความฝันของเด็กยุคใหม่ที่อยากเป็น YouTuber กันเยอะแยะมากมายนะครับ ปล. ตอนนี้ก็เพิ่งทำ channel ของตัวเองคือ Kru JOJO Talk    ก็กำลังสนุกกับมัน แต่ยังไม่อยากเรียกตัวเองว่า vlogger เท่าไหร่ เพราะยังทำเนื้อหาไม่มาก ขึ้นอยู่กับอารม

เรียนศัพท์จากเพลง Poor Unfortunate Souls (ใจอันไร้ที่พึ่งพา) The Little Mermaid

Poor Unfortunate Souls เป็นอีกเพลงคลาสสิคที่หลายคนชื่นชอบ รวมถึงตัวครูโจโจ้ด้วย ว่าด้วยเรื่องตอนที่ Ariel ทะเลาะกับพ่ออย่างรุนแรง และถูกการชัดจูงโดย Flotsam และ Jetsam พาไปพบ Ursula และยื่นข้อเสนอให้กลายร่างเป็นมนุษย์  The Little Mermaid | Poor Unfortunate Souls | Disney Sing-Along Poor Unfortunate Souls (Thai) - The Little Mermaid เรามาดูเนื้อเพลงกันเลยครับ  The only way to get what you want is to become a human yourself ทางเดียวที่จะได้สมใจ ตัวเธอเองต้องกลายร่างเป็นมนุษย์ Can you do that? ท่านทำได้ด้วยหรอ My dear, sweet child, that's what I do แม่หนูน้อยน่าหวานเอ้ย นั่นแหละอาชีพหลัก It's what I live for งานหากินของข้า To help unfortunate merfolk like yourself ช่วยเหลือชาวเงือกผู้ตกทุกข์ได้ยากอย่างเช่นเจ้า Poor souls with no one else to turn to เงือกน้อยผู้น่าสงสาร ที่ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร I admit that in the past I've been a nasty ต้องยอมรับที่แล้วแล้วฉันเลวไร้ที่ติ They weren't kidding when they called me, well, a witch แน่ล่ะสิใครก็เรียก

เล่าสู่กันฟัง เรื่องลืมกระเป๋าเสื้อผ้าทิ้งไว้ที่รถไฟใต้ดินญี่ปุ่น

คือเอากระเป๋าทิ้งไว้บนที่วางบนหัวที่นั่งบนรถไฟ  จากนั้นพอถึงที่หมาย ก็เดินออกมาจากรถไฟเลย 55555 ทั้งๆ ที่น้องก็ย้ำนักย้ำหนาว่าระวังลืม พอมาถึงที่พัก ก็เลยให้เจ้าหน้าที่ที่โรงแรมติดต่อให้ เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายน่ารักมาก ยืนฟังที่เขาโทรคุยกัน ไม่ว่าจะเป็นที่โรงแรมและรถไฟ ให้การช่วยเหลืออย่างดี เป็นมิตร พบว่ากระเป๋าอยู่สถานีถัดไป เดี๋ยวค่อยนั่งไปอีกสถานี แต่ตอนนี้หาไรกินก่อน 5555 วันนี้มาที่ Master Office สองรอบครับ อย่างที่เล่าเมื่อเช้า กระเป๋าลืมไว้ที่รถไฟใต้ดิน พอติดต่อมา ก็ไปตามเจ้าหน้าที่ที่เขาบอก ใช้เวลาเกือบชั่วโมง เดินจาก Numba ไป Tennoji ไกลเหมือนกัน มันช้าเพราะการสื่อสารมีความขัดข้องนิดหน่อย แต่ยังดีที่มีฝ่ายข้อมูลภาษาอังกฤษที่สถานีรถไฟฟ้าให้มาช่วยประสานกับเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ พอไปถึง Master ที่นี่ เจ้าหน้าที่ก็ขอ passport และกรอกเอกสาร พอเราเห็นกระเป๋าเราก็ดีใจ หยิบกระเป๋าออกไปด้วยความโล่ง คือไม่ต้องใส่กางเกงในซ้ำวันแล้ว เย้! ตกเย็นไป check in ที่โรงแรม เขาต้องใช้ passport  อ่าวเฮ้ย! หายไปไหนวะ เพราะทุกครั้งจะเก็บไว้ในกระเป๋าที่มิดชิดตลอด เครียด

If - Clause "ถ้าเขามา .. ฉันจะไป"

เรื่อง If - Clause  หรือเรียกอีกอย่างคือ Conditional Sentence  = ประโยคเงื่อนไง ครูโจโจ้มักจะบอกนักเรียนนึกถึงประโยคนึงเสมอคือ "ถ้าเขามา ฉันจะไป" คล้ายๆ กับเพลงของ ดา เอ็นโดฟิน เพราะประโยคนี้แหล่ะ คือประโยคเงื่อนไข หรือเรื่อง If - Clause นั่นเอง "ถ้าเขามา ฉันจะไป" มี 2 ประโยคด้วยกัน "ถ้าเขามา" คือ If Clause เพราะ if = ถ้า  (If he comes) "ฉันจะไป" คือ Main Clause (I will go) ว่าด้วยเรื่องตำแหน่งของ If If aaaaaa , bbbbb    = ขึ้นต้นด้วย If จะมี comma ( , ) คั่นกลาง If he comes , I will go. Bbbbbb if aaaaaa   = ใช้ if ไว้ตรงกลางเป็นตัวเชื่อมประโยค I will go if he comes.  การเขียนประโยคเงื่อนไขด้วย If ในบางตำราจะเรียกเงื่อนไขเป็นตัวเลข เป็น 0, 1, 2, 3 แต่สำหรับครูโจโจ้แนะนำว่าให้เข้าใจความหมายของแต่ละลักษณะของเงื่อนไขจะเข้าใจได้มากกว่านะครับ ทั้งนี้การเขียน If clause นั้นก็ไม่ได้ตายตัวว่าจะต้องเป็นแบบ 0, 1, 2, 3 เสมอไป ยังมีการเขียน If ที่เป็นแบบผสมหลากหลาย แต่ครูโจโจ้อยากให้เข้าใจเงื่อนไขพื้นฐาน 4 เงื่อนไขดังต

รีวิวหนังสือ - โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง

"โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง" เป็นหนังสือที่ครูโจโจ้เคยอ่านครั้งเมื่อยังเป็นนักศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งแต่ครั้งนั้นยังประทับใจไม่รู้ลืม จนได้เห็นวางอยู่บนแผงหนังสือใหม่อีกครั้ง เลยซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึกและอ่านทบทวนเพื่อเติมเต็มไฟฝันในการทำอาชีพครู "โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง" เป็นหนังสือที่เล่าจากประสบการณ์ชีวิตจริงของผู้เขียน คุโรยานางิ เท็ตสึโกะ ในวัยเด็กประถมที่โรงเรียน โทโมเอ ซึ่งก่อตั้งโดย คุณครูโคบายาชิ โซซาขุ เป็นคุณครูใหญ่ของโรงเรียนโทโมเอด้วย หนังสือเล่มนี้แปลเป็นภาษาไทยโดย คุณผุสดี นาวาวิจิต และตีพิมพ์เป็นภาษาไทยครั้งแรกเมื่อปี 2527 โดยสำนักพิมพ์กะรัต ต่อมาเป็นฉบับแก้ไข ตีพิมพ์ในปี 2558 โดยสำนักพิมพ์ผีเสื้อญี่ปุ่น ความประทับใจของครูโจโจ้ที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ คือแนวคิดของคุณครูใหญ่ โคบายาชิ โรงเรียนโทโมเอเป็นโรงเรียนที่ใช้ตู้รถไฟเก่า 6 ตู้มาเป็นห้องเรียน ลองจิตนาการดูนะครับว่าถ้าเราเป็นเด็กแล้วเดินเข้าไปในโรงเรียนที่เป็นรถไฟแบบนี้จะตื่นเต้นขนาดไหน แล้วยิ่งกิจกรรมการเรียนการสอนนั้นขับเคลื่อนโดยคุณครูใหญ่โคบายาช

"อดีตที่มีปัจจุบันให้เห็น" Present Perfect

The name "Shirakawa-go" has made a large number of appearances throughout the history of Japan. โครงสร้างของ Present Perfect (+) ประโยคบอกเล่า S + Have1 + V3 (-) ประโยคปฏิเสธ S + Have1 + not + V3 (?) ประโยคคำถาม (WH) Have1 + S + V3 ? *หมายเหตุ Have1 = have กับ has have ใช้กับ I, You, We, They เอกพจน์บุรุษที่ 1 และ 2 พหูพจน์ has ใช้กับ เอกพจน์บุรุษที่ 3 = He, She, It เป็นต้น ตัวย่อในรูปปฏิเสธ have not = haven't has not = hasn't การใช้ Present Perfect Think about the past and present together "อดีตที่มีปัจจุบันให้เห็น" เรามักจะเคยได้ยินว่า Present Perfect ใช้กับ "เหตุการณ์ในอดีตมีผลกับปัจจุบัน"   ทีนี้ครูโจโจ้ก็มาปรับคำพูดใหม่เป็น "อดีตที่มีปัจจุบันให้เห็น"  เพราะประโยคจะมี สองสถานการณ์ที่ควบคู่กัน ประกอบด้วย  Finished action คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้วในอดีต กับ Present คือเหตุการณ์ในปัจจุบัน หรือ ยังมีผลถึงปัจจุบัน ซึ่งทั้งสองสถานการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกันในห้วของผู้พูด ประ

เรียนศัพท์จากเพลง Be Prepared (จงเตรียมพร้อม) The Lion King

เพลง Be Prepared หรือ จงเตรียมพร้อม ของ The Lion King เป็นเพลงการ์ตูน Disney เพลงแรกที่ครูโจโจ้สามารถร้องและจดจำได้จนถึงทุกวันนี้ เมื่อตอนเด็กๆ (น่าจะเรียนอยู่ ป.6) ร้องเพลงเป็นภาษาไทย พอโตขึ้นก็มาเทียบระหว่างภาษาอังกฤษกับภาษาไทยเพื่อดูความหมาย อย่างแรกครูต้องขอชื่นชมทีมแปลเพลงได้สุดยอดมากๆ เพราะนอกจากแปลให้ภาษาสละสลวยแล้ว ยังต้องแปลให้เนื้อร้องและทำนองลงตัวอีก ครูโจโจ้ขอคาราวะ ฟังกันได้จากคลิปต่อไปนี้ครับ The Lion King: Be Prepared | Sing-A-Long | Disney จงเตรียมพร้อม Be Prepared (Thai) - เดอะ ไลอ้อน คิง | The Lion King ทีนี้เรามาดูกันครับว่าเนื้อเพลง ภาษาอังกฤษ เทียบกับ ภาษาไทย I know that your powers of retention ความจำในสมองเจ้าข้ารู้ดี Are as wet as a warthog's backside ว่ามันเฉื่อยอย่างกับหมูตัวข้างใน But thick as you are, pay attention แต่พวกเจ้าทั้งหลายฟังกันให้ดี My words are a matter of pride ทุกคำของข้านี้ลืมไม่ได้ It's clear from your vacant expressions เจ้าคงไม่เข้าใจว่ามันสำคัญ The lights are not all on upstairs