ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ documentary

เหตุการณ์ประหลาด การพบเห็น UFO ที่ Berkshires 1969

อากาศร้อนในช่วงค่ำของวันที่ 1 กันยายน ปี ค.ศ. 1969 (พ.ศ. 2512) ในเขตพื้นที่ Berkshire รัฐ Massachusetts ประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดเรื่องราวอันน่าประหลาดขึ้นในเขตพื้นที่อย่างเป็นวงกว้าง มีพยานหลายคนจากหลาย ๆ เมืองใน Berkshire ที่พบเห็นแสงสว่างจ้าแบบ ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน บางคนได้ใกล้ชิดกับลำแสงประหลาดนั้นกับประสบการณ์ที่คนในโลกนี้ไม่เคยได้สัมผัส พวกเขาเชื่อกันว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับ UFO และสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยกว่าโลกที่เราอยู่นี้แน่นอน Image by Comfreak from Pixabay  Jane Green เล่าว่าในวันนั้นเธอกำลังขับรถออกมาจากเมือง Stockbridge เพื่อกลับมาที่ Great Barrington กับเพื่อนของเธอ ระหว่างทางพวกเธอที่อยู่ในรถพบเห็นแสงสว่างประหลาด  เป็นแสงสว่างที่จ้ามาก จนเธอไม่สามารถขับรถไปต่อได้ จึงจอดรถเพื่อลงมาดู เธอยังเห็นมีรถคันอื่น ๆ ทำเช่นเดียวกันกับเธอ เนื่องจากเข้าใจว่าอาจจะมีอุบัติเหตุข้างหน้า เธอเองยังเข้าใจว่าเป็นไฟจากรถตำรวจหลายคันที่ส่องมา แต่เธอกลับมองเห็นวัตถุที่มีขนาดมหึมาลอยอยู่ ไม่มีเสียง และสามารถเคลื่อนไหวรวดเร็วภายในเสี้ยววินาที เธอเลือกที่จะเก็บเรื่องนี้ไว้ เพรา

รีวิวสารคดีเรื่อง Behind the Curve เจาะลึกชาวโลกแบน

  สารคดีเรื่อง Behind the Curve เป็นการนำเสนอคนกลุ่มหนึ่งในสหรัฐอเมริกาที่เรียกตัวเองว่า Flat Earthers ซึ่งเชื่ออย่างจริงจังว่าโลกใบนี้ "แบน" (Flat = แบน) ไม่ได้กลมแบบที่นักวิทยาศาสตร์ NASA หลอกลวง ..... (ห๊ะ!) ซึ่งครูโจโจ้ได้ดูสารคดีเรื่องนี้ใน Netflix ครับ มีคนที่เขียนหนังสือสร้างทฤษฏีสมคบคิดเรื่องโลกแบนไว้มากมายในอดีต อันมีจุดกำเนิดจากการที่คนไปตีความผิด ๆ จากพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ซึ่งไบเบิ้ลไม่เคยบอกว่าโลกนี้แบนแต่อย่างใด ( อ่านเพิ่มเติมได้ที่ คัมภีร์ไบเบิ้ลสอนไหมว่าโลกแบน? )  เรื่องของเรื่องก็คือ มีผู้ชายคนหนึ่งนามว่า Mark Sargent ผู้ซึ่งหยิบหนังสือที่สร้างทฤษฏีสมคบคิด (conspiracy theory) ว่าโลกใบนี้แบนมาอ่านและเชื่ออย่างสุดจิตสุดใจ เชื่อว่าเราทั้งหลายอยู่บนโลกที่แบนเหมือนแผ่นซีดี เหตุเพราะเขาสังเกตจากการมองข้ามทะเลแถวบ้านแล้วยังมองเห็นอีกเมืองที่ไกลโพ้นออกไป ยิ่งทำให้เขามั่นใจและเชื่อว่า NASA สร้างข้อมูลหลอกลวง จากนั้นเขาเผยแพร่ความเชื่อของเขาผ่านช่องทาง YouTube สิ่งที่เหลือเชื่อนั่นก็คือ มีผู้ที่เห็นด้วยกับเขามากมายและกลายเป็นผู้ติดตามดั่งสาวกลัทธิอย่างไงอย่างงั้น  เขาได

รีวิวสารคดีซีรี่ยส์เรื่อง The Trials of Gabriel Fernandez ในมุมมองบทบาทของครูและนักสังคมสงเคราะห์

"โศกอนาฏกรรมที่ทำให้ชุมชนลุกฮือ ความบกพร่องที่เผยความอัปยศต่อระบบในท้องถิ่น" Trial (n.) = การตัดสินดดีความ  เพิ่งดูสารคดีซีรี่ยส์เรื่อง The Trials of Gabriel Fernandez จบครับ  เป็นเรื่องที่ตีแผ่คดีการเสียชีวิตของเด็กอายุ 8 ขวบชื่อ Gabriel Fernandez โดยพ่อเลี้ยงและแม่แท้ๆ ของเขาเอง ซึ่งภายหลังพบว่ามีการทารุณกรรมมาโดยตลอด จนวันหนึ่งก็ทำให้เด็กน้อยผู้น่าสงสารคนนี้เสียชีวิต  แต่ว่าคดีนี้ทำให้สาวไปถึงความบกพร่องของหน่วยงานรัฐบาล นักสังคมสงเคราะห์ต่างๆ เนื่องจากคดีนี้เป็นดคีสะเทือนขวัญมากๆ เกิดขี้นที่เขตๆ หนึ่งใน LA รวมถึงพบว่าเป็นปัญหาการเหยียดเพศในพื้นที่นั้นอีกด้วย  สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้คือการทำงานของครูที่นั่น เนื่องจากคุณครูได้เห็นสิ่งผิดปรกติทางร่างกายของ Gabriel เช่นมีแผลฟกช้ำ ถูกกล้อนผม ฟันหลอ ปากแตก เป็นต้น พอครูประจำชั้นเรียกมาสอบถาม เด็กก็บอกว่า แม่เอาบีบีกันยิง ครูได้ยินแบบนั้นจึงตัดสินใจโทรแจ้งนักสังคมสงเคราะห์ ซึ่งนักสังคมสงเคราะห์ต้องไปหาที่บ้านเพื่อสอบสวน หากพบว่าเด็กไม่ปลอดภัย จะต้องให้เด็กออกมาจากที่นั่นทันที แต่ปัญหาคือนักสังคมสงเคราะห์ที่นั่นบ

สอนการอ่านภาษาอังกฤษผ่านการดูสารคดี

ด้วยความที่ชอบดูสารคดีเรื่อยเปื่อยใน Netflix ก็เลยได้ดูรายการ Somebody Feed Phil ซึ่งเป็นสารคดีท่องเที่ยวและกินอาหารในประเทศต่างๆ ดำเนินรายการโดย Philip Rosenthal ซึ่งเป็นนักเขียนชาวอเมริกัน โดย Ep. แรกก็เป็นของ Bangkok บ้านเรา ที่ไปทั้งตลาดน้ำ เยาวราช เจ๊ไฝ เอาเป็นว่าตั้งแต่ street food จนไปถึงระดับโรงแรมเลยทีเดียว และด้วยช่วงนี้ครูโจโจ้สอนเนื่อหาเรื่อง Finding Balance in Food พอดี ก็เลยเปิดให้นักเรียนดูส่วนหนึ่งของสารคดี เพื่อเป็นไอเดียในการเขียน free writing โดยเปิด English subtitle เพราะส่วนตัวคิดว่าการอ่าน subtitle ก็คือ reading ที่ดีอย่างหนึ่ง นักเรียนมีความสนใจมาก เพราะภาพที่นำเสนออกกมานั้นสวยงาม ได้อารมณ์ จนได้ยินเสียงนักเรียนซี้ดปากด้วยความหิวระหว่างดูสารดีกันบ่อยๆ พอถึงฉากที่มีเชฟเอียนออกมาเป็นแขกของรายการเพื่อพาพิธีกรไปเที่ยวตลาด นักเรียนก็ฮือฮากันเลยทีเดียว (เชฟเอียนเดี๋ยวนี้ดังในหมู่วัยรุ่นแล้วนะ) หมดคาบพอออกจากห้องมาก็มีบางกลุ่มพูดคุยวางแผนกันเพื่อจะไปเที่ยวกินอาหารแบบในสารคดีบ้าง สิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดความคิดว่าจริงๆ แล้วอาหารที่สารคดีนั้นนำเสนอเป็นเรื่องที่

รีวิว "Childhood โรงเรียนริมป่า"

รีวิวหนังสารคดีเรื่อง Childhood (Barndom) เป็นการนำเสนอชีวิตเด็กๆ ในโรงเรียนอนุบาลออโรร่า ประเทศนอร์เวย์ (เป็นหนังสารคดีของประเทศนอร์เวย์) ที่ใช้วิถีแบบวอลดอร์ฟในช่วงวัยก่อนเข้าโรงเรียน คือเรียนการใช้ชีวิตในป่า เข้าถึงรูปแบบของชีวิตจากธรรมชาติ ชอบแนวคิดที่บอกว่า "การเล่นเป็นหน้าที่ของพวกเขา" (สำหรับเด็ก 6 ขวบ) จะเห็นแนวการสอนของครู การรับฟัง การถามคำถาม ที่จะไม่ไปขัดขวางจินตาการของเด็กเลย และรวมถึงความยุติธรรมของครูเมื่อเด็กมาฟ้องนั่นโน่นนี่ พอเห็นพฤติกรรมเด็กๆ ตลอดทั้งเรื่อง ก็ทำให้ย้อนกลับมามอง เราลืมความรู้สึกถึงวัยเด็กของเราที่จินตนาการมันโลดเล่นมาก แค่เห็นผงกากเพชรตกแต่งในวัสดุบางอย่างมันก็รู้สึก "ว้าว" มากๆ แล้ว แต่เมื่อที่เราเติบโต เราอยู่ในโลกของความเป็นจริงมากขึ้น เวลาฟังเรื่องที่หลานของตัวเองเล่าเรื่องในจินตนาการของเขา บางครั้งผมอาจจะพยายามยัดเยียดความจริงตามมุมมองของวัยผมไป เรื่องนี้จึงทำให้ได้มุมมองของเด็กมากขึ้น สุดท้ายนี้ ผมเคยศึกษามาบ้างและชื่นชอบเกี่ยวกับโรงเรียนแบบวอลดอร์ฟ แต่ในขณะที่สังคมเป็นแบบทุนนิยม ผมคิดว่าแค่แบบวอลดอร์ฟเพียงอย่างเดียวอ

รีวิวสารคดี The Bad Kids ผ่านมุมมองสังคมและการศึกษา

ดูสารคดีเรื่อง The Bad Kids ผ่าน Netflix ที่นำเสนอเรื่องราวของชีวิตนักเรียนที่มีปัญหาต่างๆ ในโรงเรียน Hard Rock High School กับการดูแลของครูท่านหนึ่งในการแก้ปัญหา ปัญหาที่พบคือสุดยอดจริงๆ บ้านเขาหนักกว่าที่เคยเจอ (ซึ่งบ้านเราก็อาจจะมีแต่เป็นมุมหนึ่งที่เราอาจยังไม่เคยรับรู้) เช่น เคสเด็กที่อยู่กันเป็นครอบครัวพ่อแม่ลูกแล้วก็มาเรียนหนังสือด้วย วันหนึ่งผู้ชายเครียดเพราะยังอยากมีชีวิตวัยรุ่น แค่ภาระเรียนให้จบก็จะไม่รอด โดนแม่ไล่ออกจากบ้าน ต้องมาเลี้ยงลูกน้อยอีก ชีวิตพัง โทษผู้หญิงลูกเดียว(เรียนในโรงเรียนเดียวกัน) บางวันก็ต้องเอาลูกมาโรงเรียนด้วย ครูก็ต้องมาช่วยไกล่เกลี่ยปัญหาครอบครัว ให้สู้และผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ อีกปัญหาหนึ่งคือเคสนักเรียนที่ไม่มีใจอยากเรียนเลย ติดยา ที่ติดยาก็คือเสพกับแม่ แต่ชอบดนตรี ครูก็พยายามดึงสิ่งที่ชอบเข้ามาเข้าสู่บทเรียน ก็สามารถทำได้ในระยะหนึ่่ง แต่ปัญหาหลักๆ ที่แก้ไม่ได้ของคุณครูคือ ครูไม่สามารถแก้ปัญหาที่บ้านของนักเรียนได้เลย เมื่อกลับบ้านไปเจอการเลี้ยงดูแย่ๆ แบบนั้นก็ยากที่จะก้าวต่อ สุดท้ายเคสนี้แก้ไม่ได้ เด็กคนนี้เลือกกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม ในสารคดีนำเส