ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ tense

"อดีตที่มีปัจจุบันให้เห็น" Present Perfect

The name "Shirakawa-go" has made a large number of appearances throughout the history of Japan. โครงสร้างของ Present Perfect (+) ประโยคบอกเล่า S + Have1 + V3 (-) ประโยคปฏิเสธ S + Have1 + not + V3 (?) ประโยคคำถาม (WH) Have1 + S + V3 ? *หมายเหตุ Have1 = have กับ has have ใช้กับ I, You, We, They เอกพจน์บุรุษที่ 1 และ 2 พหูพจน์ has ใช้กับ เอกพจน์บุรุษที่ 3 = He, She, It เป็นต้น ตัวย่อในรูปปฏิเสธ have not = haven't has not = hasn't การใช้ Present Perfect Think about the past and present together "อดีตที่มีปัจจุบันให้เห็น" เรามักจะเคยได้ยินว่า Present Perfect ใช้กับ "เหตุการณ์ในอดีตมีผลกับปัจจุบัน"   ทีนี้ครูโจโจ้ก็มาปรับคำพูดใหม่เป็น "อดีตที่มีปัจจุบันให้เห็น"  เพราะประโยคจะมี สองสถานการณ์ที่ควบคู่กัน ประกอบด้วย  Finished action คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้วในอดีต กับ Present คือเหตุการณ์ในปัจจุบัน หรือ ยังมีผลถึงปัจจุบัน ซึ่งทั้งสองสถานการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกันในห้วของผู้พูด ประ

ต่อเนื่องด้วยเรื่อง Present Continuous

What is he doing? เหมือนเดิมครับ สิ่งที่เราจะต้องรู้ในแต่ละ Tense ประกอบด้วยหัวข้อดังต่อไปนี้ โครงสร้าง การใช้ คำบอกเวลา โครงสร้างของ Present Continuous (หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Present Progressive) (+)   ประโยคบอกเล่า   S + Be1 + V ing (-)   ประโยคปฏิเสธ    S + Be1 + not + V ing (?) ประโยคคำถาม  (WH) Be1 + S + V ing ?   *หมายเหตุ Be1 คือ Verb to be ช่องที่ 1 ประกอบด้วย is, am, are I ใช้กับ am You ใช้กับ are We/They และ นามพหูพจน์ ใช้กับ are He/She/It  และ นามเอกพจน์ ใช้กับ is (หลักการเติม V ing ขอยกไปบทความต่อไป) การใช้ Present Continuous  Temporary/Unpredictable/Unplanned events   เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชั่วคราว (ไม่ถาวร) เหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิด หรือ วางแผนไว้ล่วงหน้า I'm working hard these days these days = ช่วงนี้ คือปกติไม่ได้หนักขนาดนี้ ช่วงนี้ที่ทำงานหนัก เหตุการณ์ชั่วคราว Look at the window! The birds are flying .  คือนกกำลังบินผ่านตอนนี้ แล้วบอกให้ทุกคนหันไปดู ปกติคือนกไม่เคยบินตรงนี้ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดว

ความจริง คือ Present Simple อย่างไร?

สิ่งที่เราจะต้องรู้ในแต่ละ Tense ประกอบด้วยหัวข้อดังต่อไปนี้ โครงสร้าง  การใช้ คำบอกเวลา (key words) โครงสร้างของ Present Simple (+) ประโยคบอกเล่า   S + V1 (-) ประโยคปฏิเสธ    S + Do + not + V infinitive (?) ประโยคคำถาม (WH) Do + S + V infinitive ? *หมายเหตุ Do = Verb to do ประกอบด้วย do และ does WH = คำถามแบบ Informative Question ประกอบด้วย Who, What, When, Where, Why, How V1 จะต้องผันตามประธาน ถ้าประธานเป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3 คือ He/She/It เป็นต้น ด้วยการเติม -s, -es โดยมีหลักการณ์ดังนี้ ….. V. ส่วนมาก เติม -s เช่น work s cook s live s V. ลงท้ายด้วย -s, -sh, -ch, -x เติม -es เช่น pass es , finish es , teach es , mix es V. ลงท้ายด้วย -y ให้ ตัด -y ออก แล้วเติม -ies เช่น carry - carr ies , study - stud ies ยกเว้นว่าหน้า -y เป็นสระ (a/e/i/o/u) ให้เติม -s ได้เลย เช่น pl a y - pl a y s , enj o y - enj o y s ส่วน go, do ให้ เติม -es เป็น go es และ do es และ have เปลี่ยนเป็น has V infinitive จะไม่ผันตามประธาน หากประโย

เทคนิคจำโครงสร้าง Tense

สำหรับโพสนี้เป็น trick ง่ายๆ ที่ช่วยจำโครงสร้าง เพียงจำแค่ 6 อย่างเท่านั้น สามารถเขียนโครงสร้าง Tense ได้ทั้งหมด 12 โครงสร้างเลยทีเดียว ดังนี้ ให้จำ ว่าเมื่อพูดถึง  Present = V1, Past = V2, Future = will  + V Infinitive ส่วน Simple = ข้ามไปเลยไม่ต้องคิดถึงอะไร, Continuous = be  + Ving และ Perfect = have  + V3 *จำไว้เสมอว่า อยู่ๆ Verb จะเปลี่ยนเป็น Ving ไม่ได้ ต้องมี Be (be, is, am, are, was, were, been) เป็นตัวแปรที่ทำให้เป็น Ving ได้ เช่นเดียวกันกับ V3 ที่ต้องมี Have (have, has, had) เป็นตัวแปร พูดง่ายๆ ว่ามันเป็นของคู่กัน Be + Ving และ Have + V3 *Continuous กับ Progressive คืออันเดียวกัน แล้วแต่ว่าตำราจะเลือกใช้คำไหน เมื่อจำได้แล้วให้ทำขั้นตอนดังนี้ 1. เขียน Tense ทั้งหมด 2. เมื่อได้เขียน Tense ทั้งหมดแล้ว นำสิ่งที่จำ 6 อย่างมาใช้เพื่อเขียนโครงสร้าง โดยให้เริ่มเขียนประธาน (Subject) ก่อน จากนั้นดูจากข้างหลังมาข้างหน้า แล้วจะได้โครงสร้าง เช่น เขียน Subject ก่อน   (โดยจะใช้สีเพื่อแบ่งข้างหน้ากับข้างหลัง) Present Simple = Subject +  ดูจาก ข้าง