ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก พฤษภาคม, 2020

การแยก Chrome แบ่งตามชื่อบัญชีเพื่อง่ายต่อการทำงานด้วย 8 ขั้นตอน

สำหรับใครที่มีชื่อบัญชี (account) 2 ชื่อบัญชี คือ บัญชีส่วนตัว (@gmail.com) กับ บัญชีองค์กร (@ชื่อองค์กร) โดยอาจจะเป็นบัญชีจาก G Suite for Education หรือ Business ซึ่งจะมีข้อจำกัดบางอย่างในการเข้าถึงการทำงาน และการที่เราใช้ Chrome เดียว แม้จะรวมชื่อบัญชีเข้าใช้ก็ตาม แต่เมื่อตั้งค่าเริ่มต้น (default) เป็นชื่อบัญชีส่วนตัว การเข้าถึงสิทธิ์บัญชี G Suite จะทำให้ติดขัด ต้องเอาชื่อบัญชีส่วนตัวออกจากระบบ (sign out) แล้วก็เข้าสู่ระบบใหม่ (sign in) ด้วยบัญชีองค์กร สลับไปสลับมาแบบนี้ ทำให้เสียเวลาและเสียอารมณ์ได้ ในบทความนี้ ครูโจโจ้จึงมาแนะนำการแยก Chrome ออกเป็นตามชื่อบัญชีไปเลย เพราะง่ายต่อการทำงานในคอมพิวเตอร์นะครับ มีทั้งหมด 8 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้  (ท้ายบทความ มีคลิปวิดีโอแนบให้ดูด้วยครับ)  เพียงเท่านี้ก็จะสามารถแบ่งการใช้งาน Chrome เพื่องานทำงานและส่วนตัวได้อย่างง่ายดายครับ สามารถเข้าชมคลิปวิดีโอจากที่แนบด้านล่างได้เลยนะครับ ครูโจโจ้

Read Along แอปฝึกอ่านภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก by Google

ว้าวว มันเยี่ยมมาก! วันนี้เจอ app ใหม่ของ Google ชื่อว่า Read Along ซึ่งเป็น app ที่ฝึกการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษจากเรื่องสั้นๆ มีภาพประกอบ เหมาะมากสำหรับเด็กไทยในทุกระดับชั้น เพราะมี level ให้เลือกตั้งแต่ 1 - 4 ซึ่ง level 1 ก็จะได้อ่านแบบ "มานีมานะของบ้านเรา" แต่เป็นรูปแบบของภาษาอังกฤษ ส่วน level 4 ก็จะเป็น long story ให้อ่านยาวๆ ระบบจะอ่านให้เราฟัง แล้วเราก็อ่านตาม หรือจะอ่านเองได้เลยก็ได้  และมีตัวเลือกให้ปิดไมค์ ดังนั้นผู้ปกครองสามารถอ่านนำจากนั้นสลับเปิดไมค์ให้บุตรหลานของท่านได้อ่านออกเสียงเพื่อให้ระบบให้คะแนนการอ่าน หากคำไหนที่เด็กอ่านไม่ถูกต้อง ระบบจะย้ำคำๆ นั้นอีกครั้งเพื่อให้เด็กอ่านตามอีกรอบ เหมาะมากสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษที่บ้านกับผู้ปกครอง และเหมาะมากที่ครูใช้เป็นสื่อการสอน เพราะในเนื้อหามีภาพประกอบที่น่ารักๆ สีสันสด มากไปกว่านั้นระบบมีให้รางวัลเป็นการเสริมแรงด้วย ทำให้เด็กมีแรงจูงใจที่จะเรียน จึงอยากบอกต่อให้ลองเล่นดูครับ เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนหรือบุตรหลานของท่านครับ ครูโจโจ้

แนะนำ Dictionary Apps ที่ครูโจโจ้ใช้

การเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่ดีนั้นต้องมีอาวุธข้างกายที่สำคัญ ก็คือ Dictionary หรือพจนานุกรมนั่นเอง ซึ่งในยุคนี้ถ้าเราไม่อยากแบก dictionary เล่มหนาๆ หนักๆ เราก็สามารถใช้แอปพลิเคชันผ่านโทรศัพท์มือถือของเราได้ง่ายๆ ทั้งนี้ทั้งน้้นเมื่อเข้าไปค้นหาคำว่า Dictionary Thai Eng ก็มีแอปมากมายให้เราได้เลือกใช้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละคนครับว่าใช้แล้วรู้สึกพึงพอใจแอปตัวไหน เพราะคนเรามีความชื่นชอบไม่เหมือนกันครับ  อย่างไรก็ดี ในบทความนี้ครูโจโจ้ก็จะมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้ Dictionary applications ที่ใช้ในชีวิตประจำวันนะครับ เพื่อแนะนำให้รู้จักกัน ซึ่งขอบอกไว้ก่อนนะครับว่า Dictionary applications ของครูโจโจ้ส่วนใหญ่นั้นซื้อมาครับ มีบ้างที่เป็นของฟรี เพราะว่าอาชีพครูสอนภาษาอังกฤษก็ต้องมี Dictionary ใช้เป็นอาวุธติดตัวเช่นกัน จึงเห็นว่ามันจำเป็นจริงๆ ก็เลยซื้อแบบ Premium เสียเลยดีกว่า เพื่อใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่  แอปที่ครูโจโจ้ใช้มีดังต่อไปนี้ครับ 1. LINE Dictionary (ฟรี)  แอปตัวนี้ฟรีและดีมากๆ ครับ ครูโจโจ้แนะนำเลย ทุกครั้งที่เปิดเทอมใหม่ครูโจโจ้จะแนะนำให้นักเรียนติดตั้งแอปนี้ในมือถือเป็

Wallpapers ไม่จำเจด้วย Bing ทั้งมือถือ และ คอมพิวเตอร์

สำหรับคนที่ชอบเปลี่ยน Wallpapers หน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์บ่อยๆ จนไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนเป็นรูปอะไรดี วันนี้ครูโจโจ้จะมาแนะนำ Bing ซึ่งเป็น search engine ของ Microsoft ครับ แต่สามารถเปลี่ยนหน้าจอคอมพิวเตอร์และมือถือของเราด้วยภาพธรรมชาติสวยๆ ที่คัดสรรในแต่ละวันโดยทีมงาน เราสามารถคลิกเข้าไปดูภาพพื้นหลังประจำวันของเว็บได้ที่  www.bing.com   ภาพเหล่านั้นเราสามารถตั้งค่าให้เป็นภาพหน้าจอหรือ wallpapers ได้ และเปลี่ยนรายวันโดยอัตโนมัติกันเลยทีเดียว มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ครูโจโจ้จะแชร์ให้ฟังครับ โดยแย่งเป็น 2 หัวข้อคือ การติดตั้งในคอมพิวเตอร์ กับ แอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือ 1. การติดตั้งในคอมพิวเตอร์ ก่อนหน้านี้เราใช้โปรแกรมที่มีชื่อว่า Bing Desktop แต่ปัจจุบันนี้ทาง Microsoft ปิดให้ดาวโหลดแล้ว ซึ่งให้ใช้ Bing Wallpaper แทน เราสามารถดาวโหลดได้ที่  https://www.microsoft.com/en-us/bing/bing-wallpaper  คลิกที่ Install now เพื่อดาวโหลดโปรแกรมและติดตั้ง จะปรากฏหน้าจอตามภาพต่อไปนี้ ถ้าไม่ต้องการให้ Bing เป็นหน้าแรกของ web browsers ของเราก็เอาที่เช็คบรรทัดแรกออก และถ้าไม่ต้องการให้ Bing มาแทนที่ Google

รีวิว Fighting With My Family

เชื่อว่าแฟนมวยปล้ำทุกคนที่ดู จะถูกใจกับเรื่องนี้ เพราะผมก็คนหนึ่งที่เคยมีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักมวยปล้ำเมื่อตอนเด็กๆ จนเป็นวัยรุ่น (ตอนนี้ก็ยังอยากอยู่นะ) อยากเป็นขนาดไหน ก็เตียงที่บ้าน เหล็กตรงกลางหักหมด และก็ฝึกพูดภาษาอังกฤษให้ได้แบบ The Rock เจ็บตัวทั้งนิ้วหัก ขาหัก เลือดซิบ ไม่เคยเลิกเล่นมวยปล้ำกับเพื่อนเลย สำหรับเนื้อเรื่อง การได้เห็นเบื้องหลังของการก้าวไปสู่นักมวยปล้ำ WWE มันเหมือนได้คำตอบของเรื่องที่อยากรู้อยากเห็นตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งความจริงมันไม่ได้ง่ายเลย และมีคนอีกมากมายที่มีความใฝ่ฝันแบบนี้ มันเหมือนเราดูเรื่องราวชีวิตของเพื่อนที่มีความใฝ่ฝันเหมือนกัน มันรู้สึกดีใจตามเมื่อตอนที่ The Rock โทรไปแสดงความยินดีให้ครอบครัวที่บ้าน การที่ทำตามฝันได้สำเร็จ หนังไม่กระแส ในโรงก็น่าจะมีแต่คอมวยปล้ำทั้งนั้น ขนาดตอนที่ The Rock พูดสโลแกน "If you smell, what The Rock.." คนในโรงหนังก็เปล่งเสียงเบาๆ (แต่ก็ได้ยิน) ด้วยกันโดยไม่ได้นัดหมายว่า "is cookin" 🤨 ครูโจโจ้

รีวิว The Florida Project ในมุมปัญหาของเยาวชน

ชอบมากก เป็นหนังดีมากๆ การแสดงของแกงค์เด็กๆ เล่นได้ธรรมชาติสุดๆ นักแสดงเล่นทำให้คนดูอินจริงๆ ถึงแม้ภาพหรือมุมกล้องอาจจะดูธรรมดาๆ นะ แต่เนื้อหานี่ไม่ธรรมดาเลย ได้เห็นภาพของมุมมืดในสังคมที่เด็กๆ เหล่านี้ถูกรายล้อมอยู่ ปัญหาการเลี้ยงดู ปัญหาครอบครัว ปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่เหล่านี้ก็มีเด็กๆ ที่สร้างเสียงหัวเราะและลดความตึงเครียดของปัญหาเหล่านั้นไป มิตรภาพในวัยเด็กที่น่ารักดำเนินเกือบทั้งเรื่อง เรื่องนี้มันสะกิดใจให้เราเห็นว่าปัญหาของการมีลูกไม่พร้อม ความยากจน ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมการเติบโตของเด็กอย่างใดบ้าง ตลอดการดำเนินเรื่อง แม้มันจะมีหลากหลายอารมณ์ แต่ความหดหู่นั่นจะอยู่ในใจเป็นระยะๆ ยิ่งเรามองย้อนกลับมาที่สังคมบ้านเรามันเป็นความจริง ที่มีครอบครัวแบบนี้อยู่ มีเยาวชนที่ต้องเติบโตมาท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายแบบนี้ และความจริงนั้นอาจจะเจอที่ย่ำแย่เลวร้ายกว่าในหนังเสียด้วยซ้ำไป การคุมกำเนิดอาจจะเป็นคำตอบหนึ่งของการลดปัญหานี้ แต่เมื่อเด็กเกิดขึ้นมาแล้ว คนในสังคมและภาครัฐทุกภาคส่วนต้องร่วมมือช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ให้หลุดพ้นจากสังคมทราม ครูโจโจ้

ภาวะสับสนการใช้เทคโนโลยีของครูในโรงเรียน

ในช่วงที่เกิดการ lockdown หรือการปิดประเทศ เนื่องจากสถานการณ์โควิด19 นี้ โรงเรียนหรือสถานศึกษาต้องปิดเพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสระบาด การเปิดเทอมจึงต้องเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 1 ก.ค. ก่อนหน้าที่ทางกระทรวงศึกษาธิการประกาศวันเปิดเทอมนั้นได้ประกาศผลักดันให้ครูไทยจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ปัญหาก็คือ ไม่ได้ระบุว่าจะใช้ออนไลน์แบบไหน โปรแกรม แอพพลิเคชั่น หรือ ซอฟแวร์อะไร แต่ละโรงเรียนจึงสรรหาระบบกันเอง และแต่ละโรงเรียนก็ใช้ระบบไม่เหมือนกัน โปรแกรมที่ใช้ก็ไม่เหมือนกัน ในทำนองเดียวกัน บางโรงเรียนยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนเสียเลยด้วยซ้ำ จึงทำให้ครูผู้สอนเกิดความสับสน และบ้างก็อาจจะเครียดก็เป็นได้ สำหรับครูที่มีความชื่นชอบเทคโนโลยี เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่สนุกท้าทาย เพราะเขาพร้อมที่จะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้สำหรับการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากเขาศึกษาและเรียนรู้กับสื่อเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่ตลอด แต่ก็ต้องระมัดระวัง การที่เรารู้มากและพยายามยัดเยียด หรือ นำเสนอสื่อเทคโนโลยีที่มีอยู่มากมายมาใช้นั้น มันอาจจะทำให้ครูที่ไม่มีความถนัดทางเทคโนโลยีนั้นเกิดความสับสนและเกิดความเครียดขึ้นได้ ยิ่งบางแห

ความคิดเห็นเรื่องระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2563

รูปครูโจโจ้สมัยเป็นเด็กอนุบาล นับว่าเป็นข่าวที่กำลังเป็นกระแสทีเดียว เมื่อในวันที่ 1 พ.ค. 2563 ราชกิจานุเบกษาเผยแพร่ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2563 โดยกล่าวว่า "โดยที่เป็นการสมควรกำหนดข้อปฏิบัติและข้อห้ามปฏิบัติในการไว้ทรงผมของนักเรียนเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินการของสถานศึกษา มีความเหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบันและการปฏิบัติตนของนักเรียนเป็นไปด้วยความถูกต้อง รวมทั้งเป็นการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" รายละเอียดอ่านได้ที่  ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 แท้จริงแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เคยเป็นกระแสมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ. 2556 (7 ปีที่แล้ว) ทาง ศธ. เคยแจ้งให้โรงเรียนเลิกบังคับตัดผมเกรียน-บ๊อบติ่งหู เพราะทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น ได้ย้ำว่าทรงนักเรียนต้องยึดกฎกระทรวงฉบับที่ 2 วันที่ 6 มี.ค. พ.ศ. 2518 ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่า 1.นักเรียนชายให้ตัดผมหรือไว้ผมยาวจนด้านข้างและข้างหลังยาวเลยตีนผม และ 2. นักเรียนหญิงให้ตัดผมหรือไว้ผมยาวเลยต้นคอ หากโรงเรียนหรือสถานศึกษาใดอนุญาตให้ไว้ยาวเกิ