ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก 2018

วิธีส่งไฟล์รูปผ่าน LINE แบบ Original ที่ไม่ลดคุณภาพของไฟล์

เคยมั้ย? ที่เวลาเพื่อนส่งรูปมาทาง LINE แล้วแต่พอโหลดมา ภาพกลับไม่คมชัดเหมือนภาพต้นฉบับ เนื่องด้วยแอพพลิเคชั่นที่ใช้ในการแชทต่างๆ ส่วนมากต่างมีระบบที่ลดขนาดและคุณภาพของรูปภาพลงไป เพื่อความรวดเร็วในการส่งข้อมูล รวมถึง LINE ด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น LINE ก็มีตัวเลือกเสริม ถ้าหากผู้ใช้อยากจะส่งไฟล์รูปภาพขนาดใหญ่แบบ original หรือ รูปต้นฉบับ ทำยังไงนั้น ตามขั้นตอนนี้ได้เลยครับ 1. คลิกที่ไอคอนรูปภาพเพื่อเข้าไปส่งรูปภาพ 2. เลือกที่สัญลักษณ์สี่เหลี่ยมเพื่อทำการเลือกหลายรูปภาพ 3. จะเห็นมี ORIGINAL ปรากฏขึ้นมา อยู่ทางด้านล่างขวา ให้เลือกก่อนเลือกรูปภาพ 4. จากนั้นเลือกรูปภาพและส่ง จะเห็นได้ว่าขนาดไฟล์ของภาพนั้นมากขึ้น เพียงเท่านี้ก็สามารถส่งรูปภาพแบบต้นฉบับของกล่องที่ถ่ายได้แล้ว  ป.ล. แนะนำว่าหากส่งหลายๆ รูปก็ควรจะใช้ผ่าน Wifi ดีกว่านะครับ :) สามารถหาอ่านบทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับ LINE ได้โดยคลิกหัวข้อที่สนใจได้เลยครับ 1.  การสร้างกลุ่ม 2.  การใช้ Note เพื่อประกาศ 3.  การใช้ Album 4.  การสร้าง Shortcut กลุ่ม 5.  การแชร์กลุ่ม ครูโจโจ้

สอนการอ่านภาษาอังกฤษผ่านการดูสารคดี

ด้วยความที่ชอบดูสารคดีเรื่อยเปื่อยใน Netflix ก็เลยได้ดูรายการ Somebody Feed Phil ซึ่งเป็นสารคดีท่องเที่ยวและกินอาหารในประเทศต่างๆ ดำเนินรายการโดย Philip Rosenthal ซึ่งเป็นนักเขียนชาวอเมริกัน โดย Ep. แรกก็เป็นของ Bangkok บ้านเรา ที่ไปทั้งตลาดน้ำ เยาวราช เจ๊ไฝ เอาเป็นว่าตั้งแต่ street food จนไปถึงระดับโรงแรมเลยทีเดียว และด้วยช่วงนี้ครูโจโจ้สอนเนื่อหาเรื่อง Finding Balance in Food พอดี ก็เลยเปิดให้นักเรียนดูส่วนหนึ่งของสารคดี เพื่อเป็นไอเดียในการเขียน free writing โดยเปิด English subtitle เพราะส่วนตัวคิดว่าการอ่าน subtitle ก็คือ reading ที่ดีอย่างหนึ่ง นักเรียนมีความสนใจมาก เพราะภาพที่นำเสนออกกมานั้นสวยงาม ได้อารมณ์ จนได้ยินเสียงนักเรียนซี้ดปากด้วยความหิวระหว่างดูสารดีกันบ่อยๆ พอถึงฉากที่มีเชฟเอียนออกมาเป็นแขกของรายการเพื่อพาพิธีกรไปเที่ยวตลาด นักเรียนก็ฮือฮากันเลยทีเดียว (เชฟเอียนเดี๋ยวนี้ดังในหมู่วัยรุ่นแล้วนะ) หมดคาบพอออกจากห้องมาก็มีบางกลุ่มพูดคุยวางแผนกันเพื่อจะไปเที่ยวกินอาหารแบบในสารคดีบ้าง สิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดความคิดว่าจริงๆ แล้วอาหารที่สารคดีนั้นนำเสนอเป็นเรื่องที่

รีวิวหนังสือ - 500 ล้านปีของความรัก

#50ล้านปีของความรัก ชื่อน่าสนใจ เป็นหนังสือที่ได้ความรู้ทั้งวิชาประวัติศาสตร์ และ วิชาชีววิทยา โดยเฉพาะเรื่องของสมอง กับ ฮอร์โมน ได้อย่างอรรถรส ใครที่เบื่อๆ ตำราเรียนมาอ่านเล่มนี้เพิ่มเติมได้ อาจจะทำให้มีแรงฮึดตั้งใจเรียนเรื่องนี้เพิ่มขึ้นเลยทีเดียว อ่านเพลินๆ ครับ (สถิติส่วนตัว 8 ช.ม. จบเล่ม) ครูโจโจ้

รีวิว "Childhood โรงเรียนริมป่า"

รีวิวหนังสารคดีเรื่อง Childhood (Barndom) เป็นการนำเสนอชีวิตเด็กๆ ในโรงเรียนอนุบาลออโรร่า ประเทศนอร์เวย์ (เป็นหนังสารคดีของประเทศนอร์เวย์) ที่ใช้วิถีแบบวอลดอร์ฟในช่วงวัยก่อนเข้าโรงเรียน คือเรียนการใช้ชีวิตในป่า เข้าถึงรูปแบบของชีวิตจากธรรมชาติ ชอบแนวคิดที่บอกว่า "การเล่นเป็นหน้าที่ของพวกเขา" (สำหรับเด็ก 6 ขวบ) จะเห็นแนวการสอนของครู การรับฟัง การถามคำถาม ที่จะไม่ไปขัดขวางจินตาการของเด็กเลย และรวมถึงความยุติธรรมของครูเมื่อเด็กมาฟ้องนั่นโน่นนี่ พอเห็นพฤติกรรมเด็กๆ ตลอดทั้งเรื่อง ก็ทำให้ย้อนกลับมามอง เราลืมความรู้สึกถึงวัยเด็กของเราที่จินตนาการมันโลดเล่นมาก แค่เห็นผงกากเพชรตกแต่งในวัสดุบางอย่างมันก็รู้สึก "ว้าว" มากๆ แล้ว แต่เมื่อที่เราเติบโต เราอยู่ในโลกของความเป็นจริงมากขึ้น เวลาฟังเรื่องที่หลานของตัวเองเล่าเรื่องในจินตนาการของเขา บางครั้งผมอาจจะพยายามยัดเยียดความจริงตามมุมมองของวัยผมไป เรื่องนี้จึงทำให้ได้มุมมองของเด็กมากขึ้น สุดท้ายนี้ ผมเคยศึกษามาบ้างและชื่นชอบเกี่ยวกับโรงเรียนแบบวอลดอร์ฟ แต่ในขณะที่สังคมเป็นแบบทุนนิยม ผมคิดว่าแค่แบบวอลดอร์ฟเพียงอย่างเดียวอ

รีวิวหนังสือ - Future ปัญญาอนาคต

#ReadMeReadMyBook #Future #ปัญญาอนาคต ตั้งใจอ่าน วันเดียวก็จบเล่มแล้ว เป็นการเล่าเรื่องการเดินทางของ  ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ผ่านประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงในสถานที่ต่างๆ จากแนวคิดของบุคคลสำคัญต่างๆ ทีี่สำคัญต่ออนาคตในยุคนั้น คือปัจจุบันในวันนี้ ได้อ่านคำคมที่สอดแทรก แนวคิดมุมมองของนักคิดนักปราชญ์ ท่านผู้นำ วงการธุรกิจ แฟชั่น การศึกษา และแนวคิดของคุณภิญโญเอง ต่อการอยู่ให้เป็น ในอนาคตที่เปลี่ยนแปลงตลอดอย่างไร โดยมีภาพสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปศึกษาประกอบ พออ่านเล่มนี้จบ ก็อยากจะอ่านอีกเล่มของ #Future ก็คือ #Past ขึ้นมาเลยทีเดียว ครูโจโจ้

Linkin Park คือแรงบันดาลใจการเรียนภาษาอังกฤษของครูโจโจ้

Linkin Park เป็นวงที่ชื่นชอบที่สุด ตั้งแต่สมัย ม.ต้น  เป็นเทปคาสเซ็ทเพลงสากลเทปแรกที่ซื้อเก็บไว้  เป็นแรงบันดาลใจทำให้ชื่นชอบภาษาอังกฤษมากกว่าเดิม  ที่พูดภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันชัดแบบนี้ก็เพราะเพลง "In The End" เป็นจุดเริ่มต้นเลยทีเดียว จะบอกว่าที่เป็นครูภาษาอังกฤษทุกวันนี้ได้ก็มีเพลงของ LP เป็นสิ่งที่จุดประกายก็ว่าได้  ตอนนั้นต้องกรอเทปกลับไปกลับมาเพื่อร้องให้ได้เหมือนกับเทป โดยดูเนื้อเพลงจากปกอัลบั้มเพลง กว่าจะเข้าใจการออกเสียงและร้องได้ชัดถูกต้อง หลังจากนั้นก็ได้ร่วมวงดนตรีกับเพื่อน ขึ้นร้องเพลงนี้ที่เวทีดนตรีของโรงเรียนอีกด้วย (ร้องท่อนแร๊พ)  นั่นคือความพยายามที่อยากเอาชนะ ก้าวข้ามขีดจำกัดทักษะทางภาษาอังกฤษของตนเอง และทำให้การออกเสียงภาษาอังกฤษของครูโจโจ้เองชัดเจนขึ้น เป็นแรงพลักดันในการเรียนภาษาอังกฤษ จากที่ชอบภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ก็ยิ่งชื่นชอบและศึกษาค้นคว้ามากกว่าเดิม จนทำให้มีเป้าหมายเพื่อศึกษาต่อด้านเอกภาษาอังกฤษ ทุกวันนี้ยังฟังเพลง LP เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการออกไปวิ่ง โดยเฉพาะอัลบั้ม Hybrid Theory   เกือบทุกเพลงนั้นทรงพลัง เวลาฟั

ลาก่อน Dunkin' Donuts สาขาโรงแรมภูคำ ในตำนาน

ก่อนหน้าโน้น มันคือห้องแอร์ไม่กี่ที่ ใช้พักพิงสำหรับ นศ. มช. ในการอ่านหนังสือติวช่วงสอบ และในชีวิตเด็ก มช. ของผม เคยมานั่งแค่ครั้งเดียว เพราะหอสมุดใน มช. มีคนเต็มล้น เลยหาที่นั่งอ่านข้างนอกเย็นๆ เพื่อนก็ชวนมา เพราะไม่ไกล แต่ไม่ประทับใจ เพราะคนก็แห่มาเยอะไม่ต่างกัน จนเครื่องปรับอากาศทำงานได้ไม่ดีเลย เมื่อถึงวันหนึ่ง ในยุคที่รอบๆ มช มีร้านกาแฟแอร์เย็นฉ่ำมากมาย เอื้อต่อการทำงาน อ่านหนังสือ มีปลั๊กให้เสียบ บางร้านเปิดตลอด 24 ชม. การสั่งเครื่องดื่มแก้วนึงแล้วนั่งแช่ตลอดทั้งวัน ราคาของมันทำร้านอยู่ไหว จึงทำให้ช่วงค่ำๆ ที่ขับรถผ่านแถวนี้ก็ไม่ค่อยเห็นภาพ นศ. นั่งฟุบหลับอยู่บนโต๊ะในร้านโดนัทแบบเมื่อก่อนก็แทบไม่ค่อยเห็นเลย และมันก็ต้องถึงจุดๆ หนึ่ง ...

ซึมเศร้า .. เล่าสู่กันฟัง

เห็นช่วงนี้หลายคนทำแบบทดสอบโรคซึมเศร้าผ่านเว็บต่างๆ ก็เลยลองทำดูบ้าง โดยคิดถึงอารมณ์ช่วงก่อนหน้านี้แล้วตอบแบบสอบถาม ผลออกมาว่าเป็นซึมเศร้าระดับปานกลาง ไม่แปลกใจเลยครับ ที่ไม่แปลกใจก็เพราะว่าตอนนี้ก็กำลังกินยารักษาโรคซึมเศร้าอยู่ครับ หมอบอกว่ามีอาการซึมเศร้าอยู่นิดหน่อย กินยาเพียงครึ่งเม็ด และตอนนี้ก็รู้สึกดีขึ้นแล้วครับ เรื่องของเรื่องคือ มีช่วงหนึ่งที่ตื่นขึ้นมาแล้วมีคำถามกับตัวเองว่า "ตื่นมาทำไม? ตื่นมาเพื่อใช้ชีวิตเดิมๆ แบบนี้เพื่ออะไร? ถ้าไม่ตื่นล่ะจะไปไหน?" เป็นต้น ขอบอกไว้ก่อนว่าไม่ได้คิดจะฆ่าตัวตายนะ และไม่เคยคิดด้วย แต่ตื่นมาแล้วไม่มีความสุข ทั้งๆ ที่มันก็ไม่มีอะไรทุกข์เท่าไหร่ มันแค่รู้สึกเบื่อๆ และเรื่องน่าเบื่อที่เกิดขึ้นซ้ำๆ เข้ามาอีก หลังตื่นได้ซักพักก็พอมีสติก็รู้ตัวว่า "เอ่อ ช่วงนี้มีความคิดแปลกๆ เว้ย" เลยรอวันว่างๆ ที่จะเป็นโอกาสไปปรึกษาจิตแพทย์ซักหน่อย เมื่อได้วันว่าง ก็ตัดสินใจไปที่โรงพยาบาลสวนปรุง ใช่ครับ ไปสวนปรุง เดินดุ่มๆ ไปคนเดียวด้วย เพราะผมรู้  ว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาของระบบประสาท ควรจะไปรพ.ที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ไปเลย แล้วอยากจะหัก

รีวิวสารคดี The Bad Kids ผ่านมุมมองสังคมและการศึกษา

ดูสารคดีเรื่อง The Bad Kids ผ่าน Netflix ที่นำเสนอเรื่องราวของชีวิตนักเรียนที่มีปัญหาต่างๆ ในโรงเรียน Hard Rock High School กับการดูแลของครูท่านหนึ่งในการแก้ปัญหา ปัญหาที่พบคือสุดยอดจริงๆ บ้านเขาหนักกว่าที่เคยเจอ (ซึ่งบ้านเราก็อาจจะมีแต่เป็นมุมหนึ่งที่เราอาจยังไม่เคยรับรู้) เช่น เคสเด็กที่อยู่กันเป็นครอบครัวพ่อแม่ลูกแล้วก็มาเรียนหนังสือด้วย วันหนึ่งผู้ชายเครียดเพราะยังอยากมีชีวิตวัยรุ่น แค่ภาระเรียนให้จบก็จะไม่รอด โดนแม่ไล่ออกจากบ้าน ต้องมาเลี้ยงลูกน้อยอีก ชีวิตพัง โทษผู้หญิงลูกเดียว(เรียนในโรงเรียนเดียวกัน) บางวันก็ต้องเอาลูกมาโรงเรียนด้วย ครูก็ต้องมาช่วยไกล่เกลี่ยปัญหาครอบครัว ให้สู้และผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ อีกปัญหาหนึ่งคือเคสนักเรียนที่ไม่มีใจอยากเรียนเลย ติดยา ที่ติดยาก็คือเสพกับแม่ แต่ชอบดนตรี ครูก็พยายามดึงสิ่งที่ชอบเข้ามาเข้าสู่บทเรียน ก็สามารถทำได้ในระยะหนึ่่ง แต่ปัญหาหลักๆ ที่แก้ไม่ได้ของคุณครูคือ ครูไม่สามารถแก้ปัญหาที่บ้านของนักเรียนได้เลย เมื่อกลับบ้านไปเจอการเลี้ยงดูแย่ๆ แบบนั้นก็ยากที่จะก้าวต่อ สุดท้ายเคสนี้แก้ไม่ได้ เด็กคนนี้เลือกกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม ในสารคดีนำเส

ฟอนต์ภาษาไทยใน Google Docs

จากบทความที่เคยแนะนำเรื่องการเพิ่มฟอนต์ไทยสารบัญในระบบของ Chromebook ในบทความ " รู้หรือยัง Chromebook ลงฟอนต์ไทยสารบรรณ (TH SarabunPSK) ได้แล้ว" ไปก่อนหน้านี้นั้น ซึ่งหลังจากที่ระบบของ Chrome OS ได้ update ระบบ จึงไม่สามารถทำให้ลงฟอนต์ไทยสารบัญได้อีก ทำให้การพิมพ์เอกสารผ่าน Chromebook จึงสามารถใช้ฟอนต์รูปแบบที่เป็นของระบบเป็นแบบเดียว (ครูโจโจ้ใช้ Arial แทน) ล่าสุด ระบบของ Google Docs ได้ทำการเพิ่มฟอนต์ภาษาไทยให้เราได้ดาวโหลดมาใช้ ทำให้เรามีทางเลือกในการใช้ฟอนต์ภาษาไทยที่หลายหลายมากขึ้น ประกอบด้วยชื่อฟอนต์ Kanit (คณิต) Prompt (พร้อมท์) Itim (ไอติม) Pridi (ปรีดี)  Taviraj (ทวิราช) Mitr (มิตร) Trirong (ไตรรงค์) Athiti (อทิติ) Maitree (ไมตรี) Pattaya (พัทยา) Sriracha (ศรีราชา) Chonburi (ชลบุรี) โดยขั้นตอนในการเพิ่มฟอนต์ไทยใหม่ มีดังต่อไปนี้ เข้าไปที่ Google Doc แล้วให้เลือกไปที่ฟอนต์ เพื่อเปิดเมนูของฟอนต์ คลิกรูปเพิ่มฟอนต์ (More fonts) ไปที่ Script แล้วเปลี่ยนจาก All Scripts ให้เป็น Thai ก็จะพบรายชื่อฟอนต์ที่ใช้กับภาษาไทยได้ คลิกเพื่อให้เป็นเครื่องหมายถู

แด่ประสบการณ์ที่เคยทำธุรกิจเครือข่าย

ผมจะแชร์ประสบการณ์ให้ฟัง ช่วงนี้มีกระแสสินค้าขายตรงบางยี่ห้อตรวจพบเจอสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ก็ต้องยอมรับว่าสินค้าตัวนี้มีกระแสพอสมควรแหล่ะครับ เพราะพ่อค้าแม่ค้าตัวแทนโพสสร้างกระแสแทบทุกวัน วันละ 3 เวลาเลยทีเดียว แต่เมื่อมีผู้ที่ออกมารายงานความบกพร่องที่เกิดขึ้น ตัวแทนก็กลับออกมาปกป้องด้วยท่าทีที่รุ่นแรงเลยทีเดียว แต่กรณีนี้ผมเข้าใจความรู้สึกครับ ผมเคยทำธุรกิจเครือข่ายมาก่อนแหล่ะ ทำได้ระดับหนึ่ง ผมเข้าใจดีว่าความรู้สึกตอนนั้นมันเป็นยังไง การที่เข้าอบรมหรือสัมมนา และ การที่อัพไลน์* พูดกรอกหูอยู่ตลอดว่าสินค้าของบริษัทตัวเองดีกว่าสินค้าที่มีอยู่ทั่วไปอย่างไร ทำให้คนที่หัดทำธุรกิจมือใหม่อย่างเรามีความเชื่อมั่น ทั้งสินค้า และ บริษัท (ในประเด็นสินค้าดีจริงไม่ดีจริงผมขอไม่พูดถึงเรื่องนี้ เพราะมันขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้บริโภค) แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้ค้นพบหลังจากที่ถอนตัวออกมา ผมพอมีสติที่จะค้นหาข้อมูลต่างๆ อย่างเช่น อัพไลน์ระดับสูง ผมพบว่าบุคคลเหล่านี้เคยเป็นระดับท็อปๆ ของหลายบริษัทก่อนหน้าที่จะย้ายมา พบว่าบุคคลเหล่านี้ทำธุรกิจเครือข่ายและขายตรงเป็นมืออาชีพ เมื่อย้ายไปบริษ