10 วิธีสร้างลูกให้ฉลาด และ มีความสุข

          จากเว็บไซต์ Time.com ได้นำเสนอ 10 วิธีสำหรับพ่อแม่ในการเลี้ยงดูลูกรัก ให้เติบโตเป็นเด็กฉลาดและมีความสุข ดังนี้

1. ส่งเสริมด้านดนตรี

มีงานวิจัยพบว่ากลุ่มเด็กที่มีทักษะทางดนตรี มีผลลัพธ์ทาง IQ ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในรอบด้าน รวมไปถึงด้านวิชาการต่างๆ ด้วย ซึ่งแท้จริงแล้วการเรียนรู้ด้านดนตรีนั้นมีผลต่อทุกวัย ยิ่งสำหรับผู้ใหญ่พบว่าดนตรีสามารถชะลอโรคภัยไข้เจ็บของผู้สูงอายุได้อีกด้วย

2. ทั้งเรียนทั้งเล่นกีฬาให้เด่นพอๆ กัน

การเป็นเด็กนักกีฬาเพียงอย่างเดียวอาจไม่เอื้อต่อทางด้านวิชาการมากนัก เพราะเด็กเหล่านั้นต้องทุ่มเทเวลาไปเพื่อลงแข่งในสนาม มากกว่าการนั่งอยู่ในห้องสมุด ซึ่งเป็นหน้าที่ที่พ่อแม่ต้องทำให้ลูกๆ นั้นอุทิศตัวเอง ให้กับกีฬาและการเรียนโดยควบคู่กัน การมีรูปร่างที่ดีจากการออกกำลังกายสามารถเพิ่มประสิทธิภาพทางการเรียนได้ ซึ่งมีนักวิจัยชาวเยอรมันสนับสนุนทฤษฏีนี้ โดยพบว่ามันทำให้เราสามารถเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ได้รวดเร็วเพิ่มขึ้น 20%  โดยเทียบจากผลหลังสอบและก่อนสอบ ซึ่งสัมพันธ์ต่อการเพิ่มขึ้นของสาร BDNF (brain-derived neurotrophic factor) เป็นโปรตีนที่เป็นอาหารของเซลล์ประสาทสมองอีกด้วย

การออกกำลังกายเป็นประจำเพียง 3 เดือน ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงยังส่วนสมองในด้านความจำและการเรียนรู้ถึง 30% และพบว่าปริมาณเส้นเลือดฝอยของสมองส่วน hippocampus เพิ่มขึ้นถึง 30% อีกด้วย

3. อ่านหนังสือร่วมกับลูกๆ

อย่าปล่อยให้ลูกๆ ได้แต่จ้องเพียงรูปภาพในขณะที่คุณอ่านนิทานให้พวกเขาฟัง ให้ดึงความสนใจให้ไปที่ตัวอักษรด้วย คือการแชร์หนังสือให้อ่านร่วมกัน ไม่ใช่เพียงแค่อ่านให้ลูกๆ ฟังเพียงอย่างเดียว วิธีนี้สามารถช่วยสร้างทักษะในการอ่านสำหรับลูกๆ ของคุณ แม้จะเป็นเด็กหัวอ่อนก็สามารถเป็นหนอนหนังสือได้เลยทีเดียว

4. ผลการเรียนอ่อนเพราะพ่อแม่ปล่อยให้ลูกนอนน้อย

สำหรับเด็ก การนอนน้อยกว่าเวลานอนของเด็กทั่วไปเพียง 1 ชั่วโมง ก็สามารถเปลี่ยนสมองของเด็ก ป.6 เป็นสมองของเด็ก ป.4 ได้เลยทีเดียว มีงานวิจัยที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างเกรดกับการนอนหลับที่เพียงพอดังนี้ วัยรุ่นที่เรียนได้เกรด 4 จะนอนพักผ่อนมากกว่านักเรียนที่ได้เกรด 3 โดยเฉลี่ยประมาณ 15 นาที ซึ่งนักเรียนที่ได้เกรด 2 ก็นอนน้อยกว่านักเรียนที่ได้เกรด 3 ประมาณ 15 นาทีโดยเฉลี่ย เป็นต้น

5. มี IQ ก็ไร้ค่า หากว่าลูกไร้วินัย

มีรายงานทางการศึกษามากมายชี้ว่า ความมุ่งมั่นตั้งใจ (willpower) เป็นหัวใจความสำเร็จของแต่ละบุคคล นักเรียนที่ใช้ความพยายามสูงต่อความมุ่งมั่นนั้น มีแนวโน้มที่จะได้รับผลการเรียนในชั้นเรียนที่ดี และส่งผลต่อการศึกษาต่อตามที่ตนต้องการได้ พฤติกรรมที่ไม่ค่อยขาดเรียน และ ใช้เวลาไปกับการทำการบ้านมากกว่าการนั่งดูโทรทัศน์ เป็นวินัยในตนเองที่สามารถกำหนดอนาคตของตัวผู้เรียน ซึ่ง IQ ดิบๆ เพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำได้

6. การศึกษาที่แท้จริงต้อง Active ไม่ใช่ Passive

มีงานวิจัยพบว่าเด็กอายุประมาณ 1 - 2 ขวบ ที่ดู DVD ที่เหมาะสมกับวัยเป็นประจำทุกวัน วันละ 1 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่ได้ดู แล้วพบว่ามีความเข้าใจต่อคำศัพท์ที่น้อยกว่าราวๆ  6 - 8 คำโดยเฉลี่ย เหตุเพราะสมองของมนุษย์ พัฒนาจากการเรียนรู้ในการลงมือทำ ไม่ใช่เพียงแค่การนั่งฟังเนื้อหา

7. การให้รางวัลเป็นสิ่งที่ดี เมื่อให้ในเวลาที่ควร

ที่สำคัญคือ มันจะดีมากถ้าหากว่ารางวัลที่ให้เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพของเด็กๆ เพราะการกิน ส่งผลต่อผลการเรียนของเด็กอีกด้วย มีงานวิจัยได้ทดลองความตั้งใจเรียนและความรวดเร็วในการคิดของนักเรียน 16 คน โดยให้กินอาหารจำพวกไขมันสูง คาร์โบไฮเดรตต่ำ เน้น เนื้อ ไข่ ชีส และ ครีม จากนั้นทดสอบอีกครั้ง ผลปรากฏออกมาคือ คือช้าลง

น้ำตาล และ คาเฟอีน (caffeine แท้จริงแล้วภาษาอังกฤษออกเสียงว่า "แคฟีน") เช่นพวกน้ำโคล่า จากงานวิจัยพบว่าสามารถเป็นตัวกระตุ้นการทำงานของสมองได้ เพียงแต่ว่าเด็กๆ มักจะบริโภคสิ่งเหล่านี้ตลอดเวลา และไม่ได้เป็นไปเพื่อการเรียนหนังสือ จึงทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

ดังนั้นถ้าลูกๆ ของคุณชอบกินลูกอมหรือน้ำอัดลม บางทีลองให้เป็นรางวัลพวกเขาในขณะที่กำลังอ่านหนังสือ ดีกว่าให้ตอนที่พวกเขากำลังดูทีวี

8. ความสุข = ความสำเร็จของเด็ก

เด็กที่มีความสุขนั้นมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนมันให้กลายเป็นความสำเร็จในวัยเติบใหญ่ และอะไรคือสิ่งแรกที่เราจะสร้างให้พวกเขาเป็นเด็กที่มีความสุขได้นั้น นั่นก็คือการเป็นพ่อแม่ที่มีความสุขนั่นเอง

9. การคบเพื่อน

กรรมพันธุ์ของคุณและกรรมพันธุ์ของคนรักนั้นมีผลต่อลูกๆ อย่างยิ่ง แต่วิธีในการสร้างศักยภาพในตัวลูกก็ส่งผลไม่ต่างกัน เพราะสิ่งที่มีผลที่สำคัญต่อพฤติกรรมของลูกๆ นั้นก็คือ กลุ่มเพื่อนของเขา เรามักจะพูดถึงอิทธิพลจากคนรอบข้าง (peer pressure) ในเชิงลบมากกว่าข้อดีของมัน

การอาศัยอยู่ในละแวกเพื่อนบ้านที่ดี เรียนโรงเรียนที่ดี (solid schools) และ มั่นใจว่าลูกของเรานั้นพบปะกับเพื่อนๆ ที่ดีเหมือนกัน เหล่านี้ส่งผลที่สำคัญต่อพฤติกรรมของเด็ก

มีงานวิจัยของนักเรียนที่ Dartmouth College ที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่สำคัญของการคบเพื่อน โดยให้นักเรียนที่มีผลการเรียนเฉลี่ยนในระดับอ่อน ร่วมเรียนห้องเดียวกับนักเรียนที่มีผลการเรียนเฉลี่ยที่มีระดับดี พบกว่าผลการเรียนเฉลี่ยของกลุ่มอ่อนนั้นเพิ่มขึ้น ซึ่งนักวิจัยได้กล่าว่า ผลที่ปรากฏออกมานั้นราวกับเป็นการแพร่เชื้อ ทั้งดีและไม่ดีต่อพฤติกรรมทางด้านการเรียน ดังเช่นกับการที่เด็กเก่งจะช่วยดึง GPA เด็กอ่อนที่เป็นเพื่อนของเขาให้สูงขึ้น

10. จงเชื่อในตัวพวกเขา

การเชื่อมั่นว่าพวกเขาฉลาดนั้นส่งผลที่สำคัญมากในทุกรอบด้าน จากการทดลอง เมื่อคุณครูยกย่องเด็กกลุ่มหนึ่งว่าเป็นเด็กฉลาด โดยเรียกว่า "นักลมกรดวิชาการ" (academic spurters)  เด็กเหล่านั้นก็จะยิ่งพัฒนามากขึ้น ทั้งที่ความจริง เด็กกลุ่มที่นำมาทดลองนั้นมาจากการสุ่มเลือก

          สุดท้ายนี้ สิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องทำความเข้าใจมากกว่านั่นก็คือ ความฉลาดนั้นไม่ได้เป็นทุกๆ สิ่ง การปราศจากจริยธรรมและความเข้าใจผู้อื่นนั้นสำคัญมากกว่า เพราะคนที่ฉลาดจริงๆ ก็สามารถกลายเป็นบุคคลน่ากลัวได้ หากขาดสองสิ่งที่กล่าวมา


ที่มาของข้อมูล
http://time.com/12086/how-to-make-your-kids-smarter-10-steps-backed-by-science/
http://news.voicetv.co.th/viral/117166.html

ความคิดเห็น

Popular of the week

Sport Day หรือ Sports Day?

คำว่า Vlog ออกเสียงอะไรกันแน่???

New! ภาษาอังกฤษกับวันหยุดในปฏิทินไทย (Names of Holidays in Thailand)

Popular of all time

Congratulation VS Congratulations ต่างกันอย่างไร

การดำหัวตามวิถีล้านนา ... ทำผิดมีค่าเท่ากับแช่ง !!!

Organizing : Topic, Supporting และ Concluding Sentences